วิธีทำบุญวันพระให้ได้บุญมาก

บุญเกิดได้สิบวิธี

บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ
บุญ กิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ คือ สิ่งอันเป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญ หรือกล่าวอย่างง่ายๆว่า การกระทำที่เกิดเป็นบุญ เป็นกุศล แก่ผู้กระทำดังต่อไปนี้

บุญสำเร็จได้ด้วยการบริจาคทาน (ทานมัย) คือการเสียสละนับแต่ทรัพย์ สิ่งของ เงินทอง ตลอดจนกำลังกาย สติปัญญา ความรู้ความสามารถ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยส่วนรวม รวมถึงการละกิเลส โลภะ โทสะ โมหะ ออกจากจิตใจ  จนถึงการสละชีวิตอันเป็นสิ่งมีค่าที่สุดเพื่อการปฏิบัติธรรม

บุญ สำเร็จได้ด้วยการรักษาศีล (สีลมัย) คือการตั้งใจรักษาศีล และการปฏิบัติตนไม่ให้ละเมิดศีล ไม่ว่าจะเป็นศีล ๕ หรือศีล ๘ ของอุบาสกอุบาสิกา  ศีล ๑๐ ของสามเณร  หรือ ๒๒๗ ข้อของพระภิกษุ  เพื่อรักษากาย วาจา และใจ ให้บริสุทธิ์สะอาด  พ้นจากกายทุจริต ๔ ประการ คือ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ละเว้นจากการลักทรัพย์  ละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม  และเสพสิ่งเสพติดมึนเมา อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท    วจีทุจริต ๔ ประการ คือไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดปด ไม่พูดเพ้อเจ้อ และไม่พูดคำหยาบ   มโนทุจริต ๓ ประการ คือ ไม่หลงงมงาย ไม่พยาบาท ไม่หลงผิดจากทำนองคลองธรรม

บุญสำเร็จได้ ด้วยการภาวนา (ภาวนามัย ) คือการอบรมจิตใจในการละกิเลส ตั้งแต่ขั้นหยาบไป จนถึงกิเลสอย่างละเอียด  ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นโดยใช้สมาธิปัญญา  รู้ทางเจริญและทางเสื่อม  จนเข้าใจอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค  เป็นทางไปสู่ความพ้นทุกข์ บรรลุมรรค ผล นิพพานได้ในที่สุด

บุญ สำเร็จได้ด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ (อปจายนมัย) คือการให้ความเคารพ ผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ ๓ ประเภท คือ ผู้มี วัยวุฒิ ได้แก่พ่อแม่ ญาติพี่น้องและผู้สูงอายุ  ผู้มี คุณวุฒิ หรือคุณสมบัติ ได้แก่ ครูบาอาจารย์ พระภิกษุสงฆ์ และผู้มี ชาติวุฒิ ได้แก่พระมหากษัตริย์ และเชื้อพระวงศ์

บุญสำเร็จได้ด้วยการขวนขวายในกิจการที่ชอบ (เวยยาวัจจมัย) คือ การกระทำสิ่งที่เป็นคุณงามความดี ที่เกิดประโยชน์ต่อคนส่วนรวม โดยเฉพาะทางพระพุทธศาสนา เช่น การชักนำบุคคลให้มาประพฤติปฏิบัติธรรม มีทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น ในฝ่ายสัมมาทิฎฐิ

บุญสำเร็จได้ด้วยการให้ส่วนบุญ (ปัตติทานมัย) คือ การอุทิศส่วนบุญกุศลที่ได้กระทำไว้ ให้แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง   การบอกให้ผู้อื่นได้ร่วมอนุโมทนาด้วย ทั้งมนุษย์และอมนุษย์ ได้ทราบข่าวการบุญการกุศลที่เราได้กระทำไป

บุญสำเร็จได้ด้วยการ อนุโมทนา (ปัตตานุโมทนามัย) คือ การได้ร่วมอนุโมทนา เช่น กล่าวว่า “สาธุ” เพื่อเป็นการยินดี ยอมรับความดี และขอมีส่วนร่วมในความดีของบุคคลอื่น ถึงแม้ว่าเราไม่มีโอกาสได้กระทำ   ก็ขอให้ได้มีโอกาสได้แสดงการรับรู้ด้วยใจปีติยินดีในบุญกุศลนั้น ผลบุญก็จะเกิดแก่บุคคลที่ได้อนุโมทนาบุญนั้นเองด้วย

บุญสำเร็จได้ ด้วยการฟังธรรม (ธัมมัสสวนมัย) คือ การตั้งใจฟังธรรมที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อน หรือที่เคยฟังแล้วก็รับฟังเพื่อได้รับความกระจ่างมากขึ้น บรรเทาความสงสัยและทำความเห็นให้ถูกต้องยิ่งขึ้น จนเกิดปัญญาหรือความรู้ก็พยายามนำเอาความรู้และธรรมะนั้นนำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ สู่หนทางเจริญต่อไป

บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม (ธัมมเทสนามัย) คือ การแสดงธรรมไม่ว่าจะเป็นรูปของการกระทำ หรือการประพฤติปฏิบัติด้วยกาย วาจา ใจ ในทางที่ชอบ   ตามรอยบาทองค์พระศาสดา ให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่บุคคลอื่น   หรือการนำธรรมไปขัดเกลากิเลสอุปนิสัยเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น ให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา มาประพฤติปฏิบัติธรรมต่อไป

บุญสำเร็จ ได้ด้วยการทำความเห็นให้ตรง (ทิฏฐชุกัมม์) คือ ความเข้าใจในเรื่อง บาป บุญ คุณ โทษ สิ่งที่เป็นแก่นสารสาระหรือที่ไม่ใช่แก่นสารสาระ ทางเจริญทางเสื่อม  สิ่งอันควรประพฤติสิ่งอันควรละเว้น  ตลอดจนการกระทำความคิดความเห็นให้เป็นสัมมาทิฏฐิอยู่เสมอ

บุญ กิริยาวัตถุทั้ง ๑๐ ประการนี้  ผู้ใดได้ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือยิ่งมากจนครบ ๑๐ ประการแล้ว ผลบุญย่อมเกิดแก่ผู้ได้กระทำมากตามบุญที่ได้กระทำ   ยิ่งได้มีการเตรียมกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ ตั้งใจจรดเข้าสู่ศูนย์กลางกาย  หยุดในหยุด  เข้าไปแล้วก็ยิ่งได้รับบุญมหาศาลตามความละเอียดประณีตที่เข้าถึงยิ่งๆ ขึ้นไป

อ้างอิง http://www.dhammakaya.org/dhamma/boon01.php

หากถามว่าวันพระทำบุญอย่างไรให้ได้บุญมาก

1. รักษาศีลห้า และกรรมบทให้ครบ ตลอดถ้วน 1 วัน 1 คืน ถือว่าได้บุญอย่างมาก หากต้องการที่ได้บุญหนัก ก็ถือศีลแปด และรักษากรรมบทสิบให้ครบ ถือศีลแปดบริสุทธิ์ เพียง 1 วัน 1 คืน ได้อานิสงส์มากกว่า ถือศีลห้า บริสุทธิ์ตั้ง 100 ปี

2.ฟังสวดพระอภิธรรม บทแม่กองพระอภิธรรม หรือที่เรียกว่าบทมาติกา ที่ขึ้นต้นด้วย กุสสะลา ธัมมา ….
เป็นบทที่ได้บุญมากที่สุดเวลาฟัง

3. ทำทานตามฐานะที่เราทำได้ หากจะดีที่สุด สังฆทาน มีผลไม้ 2 ลูก ไปถวายเข้าในที่ที่มีพระสงฆ์กำลังนั่งฉันภัตตาหาร ตั้งแต่ 4 รูป ขึ้นไป เรียกว่าสังฆทาน หรือไปหยอดตู้ที่เขียนว่าสังฆทาน 5 บาท 10 บาทก็ได้

4.สวดมนต์บทที่เราชอบเพื่อระลึกถึงคุณแห่งพระรัตนตรัย แล้วก็เจริญ สมถะภาวนา และวิปัสสะนา

5.ดอกไม้ บูชาพระในวันพระ หาพวงมาลัยดอกมะลิสวยๆหอมๆ บุญกุศลจะช่วยให้ชีวิตเรานุ่มนวลหอมหวล
เปลี่ยนน้ำสะอาด สักแก้วบูชาพระแสดงถึงความมีน้ำใจไม่แห้งแล้ง

6.ช่วงสวดมนต์นั่งกรรมฐานให้จุดเทียนบูชาพระด้วย แสดงถึงแสงสว่างทางโลกและทางธรรม

7.หากธรรมเนียมอิสาน หรือสิ่งที่ครูบาอาจารย์สายพื้นบ้านอิสานปฏิบัติ ท่านจะทำขัน5 ขัน 8  บูชาพระด้วย

ขัน 5 ใช้ดอกไม้ สีขาว 10 ดอก เทียน หนัก 1 บาท จำนวน 5 เล่ม ใส่บนพาน 1 พาน เทียนหนักบาท ถ้าได้เทียนผึ้งแท้ดีมากๆ ราคาเล่มละ 10 บาท ตามร้านสังฆภัณท์ หากหาไม่ได้ใช้เทียนปกติ สีขาวหรือเหลืองก็ได้ ดูที่กล่องคือเทียนไขเบอร์ 25

ขัน8 ใช้ดอกไม้สีขาว จำนวน 16 ดอก เทียนหนัก 1 บาท จำนวน 8 เล่ม ใส่บนพาน

เปลี่ยนดอกไม้ทุกวันพระ ยกขึ้นน้อมบูชาคุณแห่งพระรัตนตรัย

ขันห้า และ ขันแปด ที่นี้ ไม่มี ธ ธงกะรันต์ อะไรทั้งนั้น
ขันคือขันดอกไม้ ไม่ใช่ขันธ์ ห้า ขันธ์แปดของพวกร่างทรง
ให้เข้าใจให้แตกต่างกัน ไม่ใช่ทำเพราะบูชาผี หรือร่างทรงองค์ไหน ทั้งนั้น

ชาว พุทธอิสานโบราณ ท่านถือว่า การเป็นร่างทรง นั้นถือว่าคนมีกรรม เขาไม่นิยม เขานิยมปฏิบัติธรรมเอง ขยันหมั่นพร่ำเพียรภาวนาเต็มที่เพื่อพระนิพพาน

แต่สมัยทุกวันนี้มานิยมกันใหม่

ขัน5 ขัน 8 ของทางเราไม่ใช่ว่า ทำขึ้นแล้ว ต้องเคร่ง ต้องครัด หรือวุ่นวายไปตามคำอธิบายของ
สำนักทรงต่างๆ

ไม่ใช่ว่าขันห้า ต้องถือศีลห้า ขันแปดต้องถือศีลแปด ถ้าถือแบบนั้น เป็นการถือของเหล่าร่างทรง

แต่ของเรานั้น ใครมีศีลห้าก็รักษาให้ครบเอา
ใครอยากศีลแปดก็รักษาเอา

แต่ทุกคนที่มีความรู้ทางจิตสูงสมัยโบราณ แทบทุกคน เขาทำขันห้า ขันแปด บูชาพระรัตนตรัย

เป็นธรรมเนียมบูชา พระรัตนตรัยของ โบราณาจารย์ หากใครทำได้ มีผลมาก การปฏิบัติธรรมได้ผลไว เทพพรหม ท่านสงเคราะห์

แต่ไม่ใช่มาเข้าทรงใดๆทั้งสิ้น  ดอกไม้ เป็นเครื่องบูชาพระ เทียนเป็นเหมือนบูชาพระธรรม ที่ส่องแสงสว่างทั้งทางโลกและทางธรรม

หากทำได้เท่านี้ก็ถือว่าได้บุญอย่างมาก

สำคัญที่สุด
บุญที่สูงมากคือบุญจากการภาวนา การภาวนาเป็นบ่อเกิดของทรัพย์ทางโลก และทางธรรม

ไม่ จำเป็นต้องไปนั่งหลับตา หนีโลกนะครับ  นั่งก็ได้ ยืนก็ได้ เดินไปทำงานก็ได้ ขอให้จิตสงบอยู่กับคำภาวนา อยู่กับสติ ไม่ใจลอย สมถะคือการจับสมาธิให้สงบลง โดยใช้อุบายในการภาวนา บางท่านใช้คำภาวนา เช่น พุทโท บางท่าน ยุบหนอ พองหนอ

แล้วแต่จริตชอบ บางท่านใช้กสิณ

ส่วนวิปัสสะนา คือการพิจารณา ทุกสิ่งตามความเป็นจริง พิจารณาให้เห็นโทษของการเกิด และการพิจารณาเพื่อตัดกิเลส

จาก http://www.ponboon.com

~ โดย SINBAD บน เมษายน 24, 2009.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: